เต้นได้แบบนี้ทุกวัน ผอมแน่ จะพยายาม
2014-06-22
2014-01-23
2013-11-29
Chely Wright - Never Love You Enough
Chely Wright - Never Love You Enough
If all of my life
I try and I try
Baby I could never show you all this love I have inside
Cuz every day, when we wake
I look deep into your eyes
And I realize
I could kiss you in the rain forever
Turn all of your pain to pleasure
Fill up all your days with sunlight
Make the passion last every night
Give you my every possession
Make you my only obsession
Climb up to the sky and pull down all the stars above
But I could never love you enough
If I could have one wish
It would just be this
I could take you to my soul and show you all the love there is
Never ending sea deep inside of me
There's no stopping it
Baby even if
I could kiss you in the rain forever
Turn all of your pain to pleasure
Fill up all your days with sunlight
Make the passion last every night
Give you my every possession
Make you my only obsession
Climb up to the sky and pull down all the stars above
But I could never love you enough!
Ohhhh
No matter what I do
It's never as much as I want to
Baby it could never be enough
(Never enough)
I could kiss you in the rain forever
Turn all of your pain to pleasure
Fill up all your days with sunlight
Make the passion last every night
give you my every possession
Make you my only obsession
Climb up to the sky and pull down all the stars above
But I could never love you enough!
I try and I try
Baby I could never show you all this love I have inside
Cuz every day, when we wake
I look deep into your eyes
And I realize
I could kiss you in the rain forever
Turn all of your pain to pleasure
Fill up all your days with sunlight
Make the passion last every night
Give you my every possession
Make you my only obsession
Climb up to the sky and pull down all the stars above
But I could never love you enough
If I could have one wish
It would just be this
I could take you to my soul and show you all the love there is
Never ending sea deep inside of me
There's no stopping it
Baby even if
I could kiss you in the rain forever
Turn all of your pain to pleasure
Fill up all your days with sunlight
Make the passion last every night
Give you my every possession
Make you my only obsession
Climb up to the sky and pull down all the stars above
But I could never love you enough!
Ohhhh
No matter what I do
It's never as much as I want to
Baby it could never be enough
(Never enough)
I could kiss you in the rain forever
Turn all of your pain to pleasure
Fill up all your days with sunlight
Make the passion last every night
give you my every possession
Make you my only obsession
Climb up to the sky and pull down all the stars above
But I could never love you enough!
2013-10-14
ภาวะอ้วนกับการออกกำลังกาย
ภาวะอ้วนและประโยชน์ของการออกกำลังกาย
อาจารย์พวงผกา ตันกิจจานนท์
ความอ้วนเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ความอ้วนเป็นปัญหาทางสุขภาพที่สำคัญและก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพด้านอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดและหัวใจ ไขข้อเสื่อม มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเยื่อบุมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นต้น นอกจากนี้ ความอ้วนเองก็เป็นปัญหาในเรื่องความสวยความงามที่ทำให้ผู้รักสวยรักงามทั้งหลายต้องสูญเสียเงินทองในการเข้าครอสลดความอ้วน ทั้งๆ ที่เราสามารถแก้ไขปัญหาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและเพิ่มการออกกำลังกายในการช่วยลดความอ้วนที่ทำให้มีสุขภาพแข็งแรงและไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย
คำจำกัดความ
คำจำกัดความของความอ้วนจะใช้ค่าของดัชนีมวลกาย ( body mass Index = BMI) โดยการตรวจเช็คได้โดยการคำนวณ น้ำหนักตัวหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง ( weight (kg) / height (meters)? คนไทยใช้ค่าดัชนีมวลกายไม่ควรเกิน 23 ถ้าค่าดัชนีมวลกายอยู่ระหว่าง 23-25 จะจัดว่า น้ำหนักเกิน แต่ถ้ามากกว่า 25 จัดว่าอ้วน
สาเหตุ
ความอ้วนมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น พันธุกรรม ปัจจัยทางสรีรวิทยา ปัจจัยทางเมตาบอลิสของแต่ละบุคคล พฤติกรรมการกิน ขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม ในการบำบัดภาวะอ้วนจึงต้องทำให้ครบในทุกๆ ด้านทั้งการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือในบางรายที่อ้วนมากๆ อาจจะต้องใช้ยาหรือการผ่าตัดร่วมด้วย ซึ่งในกรณีนี้ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ ไม่ควรซื้อยาลดความอ้วนมารับประทานเอง เพราะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ดุลของพลังงาน ( energy balance)
ดุลพลังงานของร่างกายจะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนของพลังงานที่ได้รับ ( energy intake) และส่วนของพลังงานที่ใช้ไป ( energy expenditure) การเสียสมดุลพลังงานโดยได้รับพลังงานมากเกินจากการกินมากกว่าที่ควร หรือใช้พลังงานน้อย เช่น ขาดการออกกำลังกาย จะทำให้เกิดการเกินดุลพลังงาน ( positive energy balance) ส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หากเราสามารถทำให้เกิดการขาดดุลพลังงาน ( negative energy balance) อย่างต่อเนื่อง โดยการจำกัดพลังงานที่ได้รับและเพิ่มการใช้พลังงานจะทำให้น้ำหนักตัวลดลง
พลังงานที่ใช้ไป ( energy expenditure) แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ อัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐานหรืออัตราการเผาผลาญพลังงานขณะพัก ( Basal or Resting Metabolic rate =BMR), พลังงานที่ใช้ในการออกกำลังกาย ( energy expended with exertion) และพลังงานที่ใช้ไปหลังการกินอาหาร
พลังงานที่ใช้ในการออกกำลังกาย( energy expended with exertion )
พลังงานที่ใช้ในการออกกำลังกายจะรวมถึงการเคลื่อนไหวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การเดิน การขึ้น-ลงบันได จนถึงกิจกรรมการออกกำลังกาย เช่น ว่ายน้ำ วิ่ง เต้นแอโรบิก เดิน ฯลฯ จะมีค่าความแตกต่างกันได้มากในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของแต่ละคนและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ผลกระทบของการออกกำลังกายต่อดุลพลังงาน
จากการศึกษาผลของการออกกำลังกายต่อการกินอาหาร พบว่า การออกกำลังกายในคนที่ไม่อ้วนจะมีผลให้กินอาหารมากขึ้นเพื่อชดเชยกับพลังงานที่ใช้ไปทำให้น้ำหนักตัวไม่ลดลง แต่ในคนอ้วนการออกกำลังกายทำให้ใช้พลังงานมากขึ้น แต่ไม่มีผลให้กินมากขึ้น น้ำหนักตัวจึงลดลงจากการขาดดุลพลังงาน
การออกกำลังกายกับการลดน้ำหนักตัวร่วมกับการจำกัดอาหาร จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้มากกว่าออกกำลังกายอย่างเดียว หรือจำกัดอาหารเพียงอย่างเดียว เพราะว่าการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยลดมวลไขมัน แต่ยังคงรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ได้ ในขณะที่การจำกัดอาหารอย่างเดียวทำให้ทั้งมวลไขมันและกล้ามเนื้อลดลงไปด้วย ดังนั้น ในการลดน้ำหนักตัวที่ถูกต้องจึงควรทำควบคู่กันไปทั้งการออกกำลังกายและการจำกัดอาหาร
คำแนะนำในการลดน้ำหนักตัว
1. พฤติกรรมบำบัด ได้แก่ การพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เช่นงดอาหารผัดทอดมัน เคี้ยวอาหารให้ละเอียด หลีกเลี่ยงขนมหวาน ขนมขบเคี้ยว ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวานหรือน้ำอัดลมเป็นต้น
2. การออกกำลังกาย ชนิดของการออกกำลังกายที่แนะนำ คือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เนื่องจากสามารถเผาผลาญพลังงานได้มากที่สุด ยกตัวอย่างการออกกำลังกายแบบแอโรบิก ได้แก่ การเดิน การวิ่ง การเต้นแอโรบิก การปั่นจักรยาน การว่ายน้ำเป็นต้น ในการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักตัว จะต้องมีความถี่ 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ จึงจะได้ผลและควรสม่ำเสมอ เน้นการเผาผลาญพลังงานมากขึ้นประมาณ 2,000 kcal ต่อสัปดาห์
ตารางแสดงค่าพลังงานที่ใช้ไปในการทำกิจกรรมต่างๆ นาน 30 นาที
กิจกรรม( 30 นาที )
|
พลังงานที่ใช้ ( kcal )
|
| ว่ายน้ำ |
180
|
| เทนนิส(เดี่ยว) |
270
|
| เดิน ( 2 ไมล์ / ชม. ) |
120
|
| เดิน ( 4 ไมล์ / ชม. ) |
220
|
| วิ่ง( 5.5 ไมล์/ชม.) |
375
|
| วิ่ง( 7 ไมล์/ชม.) |
500
|
| แบดมินตัน |
200
|
| บาสเกตบอล |
300
|
| ฟุตบอล |
300
|
| เต้นรำ(ปานกลาง) |
150
|
| ทำสวน |
150
|
| โบว์ลิ่ง |
310
|
| กอล์ฟ |
120
|
สรุป
ความอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถก่อให้เกิดผลเสียในด้านอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคข้อเสื่อมและโรคมะเร็ง การลดน้ำหนักตัวเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งการใช้หลักของดุลพลังงานของร่างกาย( energy balance) คือ ส่วนของพลังงานที่ได้รับและส่วนของพลังงานที่เสียไป จะช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย กล่าวคือ ใช้การออกกำลังกาย (พลังงานที่ใช้ไป) ควบคู่กับการจำกัดอาหาร(พลังงานที่ได้รับ) ในการออกกำลังกายที่จะช่วยในการลดน้ำหนักตัวได้ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที ชนิดของการออกกำลังกายที่เผาผลาญพลังงานได้มากที่สุด คือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก
....................................................
2013-09-20
Brain...ถ้าไม่อยากสมองเสื่อม...ทำอย่างไร
ถ้าไม่อยากสมองเสื่อมทำอย่า งไร
ช่วงนี้เริ่มเข้าใกล้ฤดูเกษ
สมอง เราก็จะเหมือนกับอวัยวะส่วน
มีศาสตร์ที่น่าสนใจในด้านกา
มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ The SharpBrain Guide to Brain Fitness เขียนโดย Alvaro Fernandez ที่รวบรวมผลการศึกษาและวิจั
ประการแรก คืออย่าหยุดเรียนรู้ครับ มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่
ประการที่สอง คือให้เรียนรู้ในวัฒนธรรมให
ประการที่สาม คือการตั้งเป้าหมายในการทำง
ประการที่สี่ คือการที่รู้จักบริหารความเ
ประการสุดท้าย คือการมีเพื่อนมากๆ ครับ เพราะการที่เรามีปฏิสัมพันธ
ท่านผู้อ่านจะเห็นได้นะครับ
สมองเรา จะมีการปรับเปลี่ยน และพัฒนาตลอดเวลา....
ถ้าหยุดใช้เมื่อไร เจ้าเซลล์ประสาท จะค่อยๆ เสื่อมลง....
ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดย รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์
2013-06-17
5 กลิ่นอาหารที่จะช่วยให้ผอม
ผลการศึกษาจากศูนย์วิจัยเคมีอาหารของเยอรมนีพบว่า เพียงสูดกลิ่นน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ก็สามารถทำให้เรารู้สึกอิ่มขึ้นมาได้ง่าย ๆ และยังได้ทำการทดลองใส่น้ำมันมะกอกสกัดลงในโยเกิร์ต และพบว่า คนที่รับประทานโยเกิร์ตที่ใส่น้ำมันสกัด จะมีอัตราบริโภคแคลอรี่น้อยลง และมีระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีขึ้นกว่าคนที่กินโยเกิร์ตธรรมดา นอกจากนี้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ยังช่วยกระตุ้นสารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้รู้สึกอิ่ม และยังอุดมไปด้วย MUFAs ไขมันดีที่ช่วยเผาผลาญไขมันบนหน้าท้องเราด้วย

2. กลิ่นกระเทียม
กลิ่นที่รุนแรงของอาหารจะทำให้เรากินอาหารได้น้อยลง ดังนั้นหากไม่อยากรับประทานเยอะเกินไป ก็ลองสั่งเมนูที่มีส่วนประกอบของเครื่องเทศกลิ่นแรงอย่าง พริก กระเทียม หอม พริกไทย หรือจะใส่เครื่องเทศเหล่านี้ลงในอาหารที่กำลังจะทานสักเล็กน้อยก็ได้

ผลการศึกษาจากองค์กรการบำบัดด้วยกลิ่นและรสชาติพบว่า คนอ้วนที่ดมกลิ่นแอปเปิลเขียว และกล้วยในขณะที่หิวจัด จะลดน้ำหนักได้มากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะกลิ่นหอมในระดับพอดี ๆ ของผลไม้ทั้ง 2 ชนิดนี้ ที่ทำให้ร่างกายควบคุมความอยากอาหารได้ดีกว่าปกติ ซึ่งนอกจากกล้วยและแอปเปิลเขียวแล้ว กลิ่นวานิลลาและกลิ่นเปปเปอร์มินต์ก็ใช้ทดแทนได้เหมือนกัน

4. กลิ่นยี่หร่า
ชาวอิตาลีใช้ยี่หร่าล้างปากระหว่างมื้ออาหารเพื่อไม่ให้ทานอาหารมากเกินไป ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของ West Coast Institute of Aromatherapy ที่บอกว่า ยี่หร่ามีสรรพคุณยับยั้งความอยากอาหาร และทำให้เรากินอาหารได้น้อยลง

5. กลิ่นเกรปฟรุต หรือผลไม้จำพวกส้ม
ผลไม้ตระกูลส้มเป็นผลไม้ที่คนไดเอตมักจะทานเพื่อให้น้ำหนักลด เพราะมีไลโคปีน วิตามินซี และไซตรัสสูง แต่แค่กลิ่นของมันก็สามารถช่วยลดน้ำหนักได้แล้ว โดยผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยโอกาซา ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการทดลองกับหนูและพบว่า หนูที่ได้กลิ่นน้ำมันเกรปฟรุต 15 นาที จะช่วยลดความอยากอาหารและทำให้น้ำหนักลดลงด้วย ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่า กลิ่นของผลไม้จำพวกส้ม น่าจะมีผลต่อเอนไซม์ในตับเรานั่นเอง
2013-05-28
แกว่งแขนทุกวันโรคร้ายมลายส ิ้น
วิธีรักษาโรคด้วยการแกว่งแข
การบริหารแกว่งแขนมีผลดีในก
วิธีการบำบัดแบบนี้ฝึกได้ง่
เหตุไฉน "วิธีแกว่งแขน" จึงมีพลานุภาพใหญ่หลวงถึงเพ
ท่านควรจะรู้ว่า "การบริหารแกว่งแขน" ผันแปลมาจาก "คัมภีร์ย้ายเส้นเอ็น" ความหมายของคำว่า "ย้ายเส้นเอ็น" ก็คือการทำให้เส้นเอ็นที่อ่
จุดหนักของการบริหารแบบนี้ เน้นอยู่ที่นิ้วมือ ฝ่ามือ ข้อมือของแขนทั้งสองข้าง นิ้วเท้า ส้นเท้า หัวเข่าสองข้าง ผ่านการดึงเส้นเอ็น 12 เส้นของนิ้วมือ ฝ่ามือ ข้อมือ นิ้วเท้า ส้นเท้า หัวเข่าพร้อมๆกัน ทำให้เกิดการยืดหดสลับกันไป
การบริหารแกว่งแขน มีหลักฐานทางทฤษฏีทั้งการแพ
กระบวนการทางสรีรศาสตร์ของค
ที่มาของพลังความร้อน ได้มาจากอาหาร อาหารหลังจากผ่านการย่อยและ
ถ้าการไหลเวียนของเลือดก็ดี
เมื่อเป็นเช่นนี้ กำลังที่เราใช้แกว่งแขนไม่ข
หลักใหญ่ของการบริหารแกว่งแ
ยังมี "ควร" อีก 16 ตัวสำหรับผู้ที่บริหารแกว่ง
1. บนควร "เบา" "เบา" หมายถึงว่างเปล่าไร้น้ำหนัก
2. ล่างควร "หนัก" "หนัก" หมายถึงหนาแน่น อาจจะคิดในใจว่า บนเบาล่างหนัก
3. หัวควร "ลอย" "ลอย" หมายถึงแขวน ให้คิดว่าคล้ายกับจะมีเชือก
4. ปากควร "เฉื่อย" "เฉื่อย" หมายถึงหุบ ควรปิดปากสนิทตามธรรมชาติ
5. อกควร "ปล่อย" "ปล่อย" ให้เหมือนสำลี ให้คิดว่าหน้าอกเบาบางไร้พล
6. หลังควร "ยก" "ยก" คล้ายกับมีอะไรใช้แรงดึงหลั
7. เอวควร "ตั้ง" "ตั้ง" หมายถึงอยู่กับที่ ให้คิดว่าเอวเหมือนแกนรถอยู
8. แขนควร "แกว่ง" แขนแกว่งช้าๆเหมือนพายเรือ
9. ศอกควร "ถ่วง" ศอกคือข้อศอก เวลาแกว่งแขน ให้ศอกอยู่ต่ำตลอดเวลา
10. ข้อควร "กวัก" ขณะที่แกว่งแขน ข้อมือควรจะกวักไปข้างหลัง ให้เอ็นที่ข้อมือตึงอันจะทำ
11. มือควร "วาด" "วาด" ก็คือการพายเรือ มือแกว่งไปอยู่ข้างหลังเหมื
12. ท้องควร "ตึง"ถ้าหากส่วนท้องแข็งเหม
13. ก้นควร "หย่อน" ขาทั้งสองเหมือนหนีบเข้าหาก
14. ทวารควร "ดึง" "ดึง" เหมือนการกลั้นอุจจาระ ยกทวารดึงขึ้น
15. ส้นควร "กด" เมื่อก้นหย่อน เอวจะตรง ส้นทั้ง 2 ข้างจะกดหนักลง
16. เท้าควร "จิก" ใช้ความนึกคิดให้ปลายเท้าจิ
นอกจากนี้ท่านจะต้องสนใจหลั
1. เวลาทำการบริหารแกว่งแขนควร
2. ศรีษะตั้งตรง ตามองไปข้างหน้า
3. เมื่อแรกทำคนหนุ่มสาวควรเริ
4. จะต้องนับด้วยตัวเอง เมื่อนับจะเกิดสมาธิ
5. เพื่อที่จะลดภาระการจดจำ ร้อยแรกให้กำหนดอยู่บนกระหม
6. ความชัดเจนที่ทำก็คือเมื่อท
7. เวลาแกว่งแขน ทางที่ดีที่สุดคือ เอาปลายลิ้นแตะเพดานปากเบาๆ
8. เมื่อทำไปนานๆถ้าสามารถจะกล
9. การดึงปากทวาร ถ้าเพ่งความนึกคิดไปไว้ที่น
ร่างกายเป็นระบบการเคลื่อนไ
แพทย์แผนโบราณจีนมองการต่อส
ทัศนะเช่นนี้ได้สร้างความเช
การแกว่งแขนสามารถจะกระตุ้น
รวมความแล้วแพทย์แผนโบราณจี
การเคลื่อนไหวแกว่งแขนนี้ฝึ
ข้อมูลจากหนังสือกำเนิดการเ
และ http://www.nfc.go.th/042103/
Subscribe to:
Posts (Atom)


